อันที่จริงแต่งจบตอน 4 มาซักพักแระ แต่ก็ขี้เกียจเอาลงบล็อค ด้วยความไม่ถนัดการจัดย่อหน้าและองค์ประกอบต่างๆในนี้ ช่างเถอะ ...คือไม่ได้จะมาเวิ่นเรื่องความโลเทคของตัวเองแต่อย่างใด ณ จุดๆนี้ 555
 
ที่ต้องเข้ามาเกริ่นก่อนฟิคลูกชายตอน 4 ก็เพราะอันนี้เริ่มเข้าเมนธีมของเรื่องซึ่งมันลงตอนเดียวไม่จบ ก็เลยแอบใส่วงเล็บให้หนูน้อยหมวกแดงนิดนึง ว่าอันนี้ตอนที่หนึ่งของเธอนะจ๊ะ แต่ว่าก็คงสลับๆ เรื่องราวของคาร์เพื่อนคนอื่นๆ มาลงเป็นระยะตามอารมณ์ เพราะมีปัญญาวางพล็อตได้แค่ตอนสั้นๆเท่านั้น เนื่องจากนาเช่ความจำสั้นน่ะนะ... Foot in mouth
 
หลายคนอาจจะอ่านรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้างก็ขอให้ทำใจปล่อยๆไปนะคะ เพราะว่ามันเป็นโปรเจค คนเขียนอยากแต่ง เอาคาร์ลูกตัวเองมาเม้าท์มอยซะมากกว่าจะเป็นฟิคจริงจัง เพราะงั้นก็ขออภัยล่วงหน้าด้วยน้าสำหรับคนที่อ่านไปแล้วรู้สึกอึนๆ แต่ถ้างง สงสัย อยากคุยอยากถามอะไรก็เปิดนะคะ ทางนี้ใจดีค่ะ ไม่กัด (แต่เน้นแซะ 555) ว่าแล้วก็มาแอบๆแปะฟิคแถวนี้ต่อไป 
 
********************************

EP04 - หนูน้อยหมวกแดง (1)

********************************

ในความทรงจำของผมตอนเด็ก ผมรู้จักและจดจำพวกนิทานหรือเทพนิยายได้อยู่เพียงไม่กี่เรื่องนักหรอก และเรื่องหนูน้อยหมวกแดงก็เป็นหนึ่งในนิทานไม่กี่เรื่องที่ผมจำได้ว่า มีคนเคยอ่านให้ผมฟัง แล้วเด็กแปลกๆ แบบผมก็ดันสงสารคุณหมาป่าจนนอนไม่หลับทั้งคืน

ผมเพิ่งจะมารู้จักเทพนิยายมากขึ้นเอาตอนโตขึ้นมาหน่อยแล้ว เพราะอย่างนั้นพอมีคนแซวผมว่า ผมน่ะทำตัวเหมือน ‘Prince Charming’ ที่วันๆ พูดจาเหมือนร้องโอเปร่าตลอดเวลา ผมก็เลยไม่รู้ด้วยซ้ำนะว่ามันคือยังไง และอะไรทำให้เขาคิดแบบนั้น

...ผมเนี่ยนะ? ‘Prince Charming’?...

…ตรงกันข้ามล่ะสิไม่ว่า...

ก็ผมมันประเภทไม่ถนัดใช้แรง ไม่เก่งกีฬา บ้าจี้ กลัวผี แถมเมื่อเร็วๆนี้ ยังค้นพบจุดอ่อนใหม่ที่ว่า... ผมกลัวคอสเพลย์ที่คาดผมหูสัตว์บนหัวคนเข้าให้อีก...งานนี้จบป่ะ?...

แล้วแบบนี้คนอย่างผมมันจะไปเหลืออะไรไปเทียบเคียงกับอิมเมจของ ‘ปริ้นชาร์มมิ่ง’ ได้นะ ถึงจะมองเป็นมุขแซวเล่น ผมก็แทบจะขำไม่ออกเลยล่ะ มีก็แค่สิ่งเดียวที่พอจะคล้ายๆ เทพนิยายอยู่บ้าง ก็ตรงที่เรื่องราวของผมกับเซย์จิเริ่มต้นด้วย

‘…กาลครั้งหนึ่งนานมา ณ ดินแดนที่ไกลแสนไกล…’

ก็ถือว่าไกลจากบ้านเกิดของผมกับเขาล่ะนะ... เราได้พบกันบนดินแดนที่ชื่อว่า...‘ญี่ปุ่น’...

.........................................

ผมยื่นมือออกไปนอกชายคาหน้าสถานีรถไฟ เพื่อสัมผัสกับหยดน้ำชุ่มฉ่ำที่โปรยปรายลงมาจากฟ้า ขณะที่เงยหน้ามองท้องฟ้าสีเทาหม่นที่คุ้นชิน คงเพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ‘ท้องฟ้า’ ก็คือ ‘ท้องฟ้า’ และ ‘เมฆฝน’ ก็คือ ‘เมฆฝน’ความมืดดำของมัน...ไม่แตกต่าง พวกมันก็เหมือนผม...ที่ไม่เคยเปลี่ยน

ผมย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ 2 ปีกว่าแล้ว ด้วยความเอาแต่ใจตัวเองอย่างที่สุด ไม่รู้ว่าผมคิดผิดรึเปล่านะ เพราะไม่ว่าจะเป็นที่นี่หรือที่ไหน หลุมดำของความรู้สึกในใจผม มันก็ยังถมไม่เคยเต็มอยู่ดี ความไร้ตัวตนจนรู้สึกว่างเปล่า และความโดดเดี่ยวท่ามกลางผู้คนมากมาย ทั้งที่เดินชนกันเพื่อเปลี่ยนขบวนรถไฟ หรือกระทั่งยืนเบียดจนไหล่เกยกันอยู่ใต้ชายคา เพื่อหลบฝนอย่างตอนนี้

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดล่ะ! ผมน่ะ...ไม่ได้รู้สึกแย่หรือเศร้าเสียใจอะไร กับการที่ผมเป็นของผมแบบนี้หรอกนะ มันก็แค่รู้สึกเหมือน...ชีวิตผมมันอยู่ในลูกบอลเป่าลมที่ลอยตุ๊บป่องๆ อยู่บนผิวน้ำที่ไหนสักแห่งก็เท่านั้น เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นแยกตัวผมออกมา จนไม่สัมผัสหรือเกี่ยวข้องกับอะไรก็ตามในโลกรอบๆตัวก็เท่านั้นเอง นึกภาพตามดู ก็คงคล้ายๆกับคาแรคเตอร์ในเกมดังที่ชื่อ ‘Super Monkey Ball’ ล่ะมั้ง ...ผมว่ามันก็น่ารักดีออก…

นึกเสียดายที่เจ้าลูกบอลเป่าลมที่ห่อหุ้มผม มันดันเป็นแค่นามธรรมเปรียบเทียบเท่านั้น เพราะงั้นผมเลยต้องมายืนเงก รอให้ฝนซาอยู่แบบนี้ นี่ถ้าเดินกลางฝนได้โดยไม่เปียก ผมคงออกไปจากตรงนี้นานแล้วล่ะ เพราะจะว่าไปผมเองก็กำลังรีบอยู่ซะด้วยสิ

ผมยืนรอตรงนี้อยู่นานละ ตาก็มองนาฬิกาดิจิตอลบนป้ายไฟที่ตึกฝั่งตรงข้ามไปพลางๆ ดูท่าอากาศวันนี้จะจงใจกลั่นแกล้ง ในเมื่อฝนไม่มีทีท่าว่าจะยอมหยุด ในที่สุดผมก็ตัดสินใจ วิ่งสุดฝีเท้าจากสถานีรถไฟไปที่โฮสต์คลับ ฝ่าฝนที่ตกพรำๆ เพื่อไปรับรองลูกค้าในวันนี้…

.........................................

พอถึงคลับผมก็รีบตรงเข้าห้องพักโฮสต์เพื่ออาบน้ำสระผมด้วยน้ำอุ่นทันที แม้จะรู้ตัวว่าใกล้เวลานัดมากแล้ว เพราะขืนโดนฝนแล้วไม่ได้อาบน้ำอุ่นให้ดีล่ะก็ คราไหนครานั้น ผมได้เป็นหวัดจับไข้ทุกทีไปสิน่า…

ว่าแต่...ลูกค้า…ผู้ชาย…

ผมหยุดคิดนิดนึง ในระหว่างที่รีบแต่งตัวด้วยชุดสูทที่ค่อนข้างเรียบร้อยสำหรับทำงานที่เตรียมไว้ในล็อกเกอร์

‘ผู้ชาย’ ที่เลือกนัด ‘โฮสต์ผู้ชาย’ นี่… ผมควรจะวางตัวกับเค้ายังไงนะ...

ผมเหลือบมองนาฬิกาที่ผนังห้องเหนือตู้ล็อกเกอร์ ขณะกลัดกระดุมสูทเม็ดสุดท้ายอย่างรีบๆ ก่อนมองเช็คตัวเองอีกครั้งในกระจก แล้วรีบออกไปรับลูกค้าที่โถงกลาง 

  ทันทีที่พ้นมุมเลี้ยวตรงทางเดิน สายตาผมก็สะดุดอยู่ที่ชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนผมสีน้ำตาลอ่อน อายุดูเหมือนจะรุ่นราวคราวเดียวกัน ตรงกับรายละเอียดลูกค้าที่ทางคลับส่งมาให้ก่อนหน้า ดูท่าเขาจะมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ผมจึงรีบสาวเท้ายาวๆเดินเข้าไปโค้งทักทาย

“สวัสดีครับ เซย์จิซัง... เซนะครับ เป็นเกียรติที่ได้รับรองคุณในวันนี้”

เขาเงยหน้าขึ้น มองผ่านแว่นมาที่ผม “ยินดีที่ได้รู้จักนะเซนะ” เขายิ้มให้

...และนั่นเป็นการพบกันครั้งแรกของผมกับเซย์จิ...

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนๆ ของเขาที่มองมาทำให้ผมรู้สึกประหม่านิดๆ แต่นั่นก็คงเป็นเพราะผมยังไม่ชินกับการรับรองลูกค้าในฐานะโฮสต์เท่านั้นล่ะมั้ง

“ออกไปข้างนอกกันดีไหม?” ทักทายกันเสร็จ อีกฝ่ายก็ออกปาก พร้อมลุกขึ้นยืนสะพายกระเป๋าไว้ข้างตัว

  ผมรู้สึกแปลกใจนิดๆ แต่ก็พรายยิ้มตอบรับ “เอาสิครับ”

เท่าที่รู้...การรับรองลูกค้าข้างนอกก็ไม่ได้ผิดกฎอะไรของคลับ ผมก็เลยตามน้ำ แถมการหมกตัวนั่งคุยอยู่แต่ในคลับมันก็น่าเบื่อออกนี่นะ โชคดีที่ตอนนั้นฝนด้านนอกก็หยุดแล้วด้วย

  ผมหยุดคิดนิดนึงก่อนถามกลับ “เซย์จิซังมีสถานที่ในใจไว้รึยังครับเนี่ย?”

“อืม...ไม่ได้คิดไว้เลยล่ะ”

อีกฝ่ายกรอกตาไปทางอื่น ก่อนหันกลับมามองผมพร้อมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นิดๆ

“พาไปที่สนุก ๆ หน่อยสิ”

อะไรบางอย่างที่ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ ส่งเสียงดัง คลิ๊ก! ในตัวผม รู้สึกขำตัวเองเอาดื้อๆ ผมเลี่ยงหันไปหัวเราะนิดๆ กันการเสียมารยาท ก่อนหันกลับไปสบตาอีกฝ่าย

“ชอบจังเลยครับ ลูกค้าที่น่าสนใจแบบนี้...” และผมหมายความอย่างที่พูดจริงๆ

ผมจัดหมอนี่เข้ากลุ่ม ‘น่าสนใจ’ และเดาว่าคืนนี้อย่างน้อยก็คงไม่น่าเบื่อแหละนะ ความประหม่าค่อยๆ เลือนหายไป พร้อมๆกับความตื่นเต้นในการทำงานคืนนี้ที่ค่อยๆเริ่มก่อตัวขึ้น

27 ปีที่เติบโตมา ผมได้บทเรียนบางอย่างจากโลกใบนี้... นั่นก็คือ มันชอบสับขาหลอกผู้คนที่กำลังวิ่งไล่ตามไขว่คว้าสิ่งที่พวกเขาต้องการอยู่เสมอ หลายครั้งที่พบว่าตัวเองกำลังวิ่งไล่ตามบางสิ่งไปทางหนึ่ง พอวิ่งไล่ไปจนเกือบสุดทาง ถึงได้รู้ว่าสิ่งที่ตนต้องการจริงๆ กลับไปอยู่ในทิศทางตรงกันข้าม

ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าเซย์จิมองหา ‘ความสนุก’ แบบไหนอยู่ แต่ก็มีโอกาสมากเหมือนกัน ที่สิ่งที่เขามองหาจริงๆ อาจจะไม่ใช่ ‘ความสนุก’ แต่เป็น ‘อะไรดีๆ’ ที่จะเข้ามาช่วยทะลายความรู้สึกเบื่อหน่าย ที่ทับถมจากการใช้ชีวิตในแต่ละวันก็เป็นได้ ...ถ้าเป็นแบบนั้น ‘ความแปลกใหม่’ และการได้ทำอะไรที่ ‘ผ่อนคลาย’ อาจจะเป็นคำตอบ ...นั่นเป็นความคิดที่แล่นเข้ามาในหัวผม

“ถ้างั้นสำหรับเซย์จิซัง ความสนุกคืออะไรครับ?” ผมตัดสินใจถามย้ำเพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติม

“...ถ้ารู้ก็คงไม่มาตามหาแถวๆ นี้หรอกมั้ง” คนพูดยิ้มบาง “ฉันไม่ชอบเต้น แล้วก็ดูกีฬามามากแล้ว กำลังอยากเปิดหูเปิดตากับอะไรใหม่ๆ บ้างน่ะ”

คนๆนี้ฉลาด... ผมสัมผัสได้แบบนั้นจากคำตอบของเขา และเชื่อว่าเขาเองก็รู้ในสิ่งที่ผมรู้ แต่เลือกที่จะให้ผมเป็นคนเสนอทางเลือกมากกว่า หรือถ้าพูดให้เข้าใจง่ายเข้า ก็เรียกว่า... ผมกำลังโดนทดสอบในฐานะโฮสต์ล่ะนะ ผมเดาว่านี่ก็คงเป็นอีกหนึ่งความสนุกของเขา

ตอนนี้ผมชักรู้สึกสนุกกับการรับมือลูกค้าแสบๆตรงหน้าขึ้นมาอย่างจริงๆจังๆซะแล้วสิ

"อันที่จริงทฤษฎีของผม ความสนุกไม่ขึ้นอยู่กับสถานที่น่ะครับ แต่ขึ้นอยู่กับคนที่ไปด้วย” ผมทำหน้ายอมแพ้นิดๆ เพราะไม่มีเหตุผลสำหรับโฮสต์ที่จะไปพยายามเอาชนะลูกค้านี่นะ

“แต่เอาเถอะครับ ในเมื่อเซย์จิซังมอบความ