********************************

EP02 - สองผู้ยิ่งใหญ่

********************************

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า...โฮสต์...

เป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหนกันนะ...

คนที่ทำให้คนเหงา...หายเหงา

ทำให้คนเศร้า...ยิ้มได้...

 

…ฮะ ฮะ ฮะ ผมน่ะนะจะทำอะไรแบบนั้นเป็น...

เสียงแค่นหัวเราะเยาะตัวเองในใจ ราวกับเห็นมันเป็นเรื่องขำซะเต็มประดา ดังขึ้นในตอนที่ผมเห็นลิ้งก์โฆษณารับสมัครโฮสต์จากเวบไซต์ ก่อนที่เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของผมจะตามมาในอีกครึ่งชั่วโมงให้หลัง เมื่อนิ้วของผมกดปุ่มส่งอีเมลใบสมัครไปแล้ว…

...เฮ้อออออออ... หาเรื่องจนได้สิน่า...

ผมบอกตัวเองแบบนั้นมาตั้งแต่เช้า แต่พอตกเย็นผมก็มาหยุดยืนเก้ๆกังๆ อยู่ที่หน้าโฮสต์คลับเรียบร้อย นี่ผมมันพวกปากกับใจไม่ตรงกับสิ่งที่ร่างกายมันทำใช่ไหมเนี่ย... ผมถอนหายใจอีกครั้งอย่างติดเป็นนิสัย ก่อนผลักประตูเข้าไป

ผมเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่ล้อบบี้ที่เป็นทางเดินยาว มีโซฟาน่าสบายตลอด 2 ข้างทางเดิน การตกแต่งประดับประดาของห้องโถงกลาง ดูเรียบหรูงดงาม จนอดชื่นชมรสนิยมของเจ้าของคลับไม่ได้ ผมเดินชมไปรอบๆห้อง นึกสงสัยนิดหน่อยที่ไม่เห็นมีใครออกมาต้อนรับให้ไถ่ถามอะไรได้ เหลือบมองนาฬิกาถึงเห็นว่าเพิ่งจะ 1 ทุ่มยังไม่ถึงครึ่งดี สงสัยว่าผมคงจะมาเร็วเกินไป เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ทักท้วง ผมเลยถือวิสาสะเดินชมสถานที่แห่งนี้ไปรอบๆ ฆ่าเวลา

..........................................

ผมเลือกประเดิมด้วยห้องฮิกันบานะทางปีกขวา ที่มีการตกแต่งด้วยโทนสี ดำ แดง และทอง บรรยากาศหรูหราและลึกลับร้อนแรงของห้อง ทำเอาผมเกือบจะอุทานร้องว้าวออกมา แต่พอดีกับที่มีเสียงทุ้มนุ่มนวลทักขึ้นเสียก่อน

“สวัสดีครับ”

หันไปตามเสียงทัก ก็พบเจ้าของเสียงเป็นชายร่างสูงใหญ่ อายุประมาณสามสิบเศษๆใบหน้าดูใจดีในชุดสูทดูสุภาพนั่งอยู่ที่โซฟา กำลังส่งยิ้มให้ ผมจึงยิ้มตอบโดยอัตโนมัติพร้อมเดินเข้าไปทักทาย

“อ้า สวัสดีครับ...”

ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ ยิ่งรู้สึกได้ถึงขนาดตัวของอีกฝ่าย ที่พอยืนขึ้นแล้วก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 190 เซนติเมตร

...หมอนี่มัน... หมีดีๆไม่ใช่เหรอ?...

“อาริสุเอะ เซนะครับ”

ผมยื่นมือไปเชคแฮนด์แบบตะวันตกตามความเคยชิน อีกฝ่ายสัมผัสมือตอบอย่างหลวมๆ พร้อมกับแนะนำตัว

“โคอิสุมิ เคย์อิจิครับ”

คนตรงหน้าดูสุขุมนุ่มนวลและเป็นมิตรดี แต่กลับไม่ค่อยทำให้ผมรู้สึกดีเท่าไหร่ เพราะมันยิ่งทำให้รู้สึกใจฝ่อเล็กๆ สงสัยว่าตัวเองคงจะหาเรื่อง มาสมัครเป็นโฮสต์ให้คนเขาหัวเราะเยาะเข้าให้แล้ว ผมเลยฝืนส่งยิ้มที่ดูแปลกๆให้ไปซะนี่ พร้อมกับคำถามที่แทบจะไม่ผ่านการประมวลผลโดยเซลล์สมอง

“เป็นโฮสต์สินะครับ?”

“เอ๋... ใช่ครับ” โคอิสุมิซังพูดพลางกระพริบตาปริบๆ เหลียวมองไปรอบๆ คงเพื่อให้แน่ใจว่าผมหมายถึงเขา และผมก็แน่ใจแล้วว่าคำถามเมื่อครู่ของผมมันคงฟังดูไร้สมองจริงๆนั่นแหละ

ผมเลยรีบอธิบายเสริมว่าผมเป็นโฮสต์ใหม่ จึงไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็นโฮสต์หรือลูกค้า แต่อย่างน้อยคำถามโง่ๆของผมก็ทำให้ได้ความรู้มาอีกอย่างว่า ปกติลูกค้าจะไม่นั่งอยู่คนเดียวแต่จะมีพนักงานพามาส่งอีกที เพราะงั้นถ้าเห็นนั่งอยู่คนเดียวส่วนใหญ่ก็เพื่อนโฮสต์นั่นแหละ อันที่จริงวันนี้โคอิสุมิซังก็กำลังนั่งพักเพื่อรอรับลูกค้าอยู่

คุณลุงหมีค่อนข้างจะเป็นผู้ใหญ่ใจดี คงเห็นว่าผมใหม่มาก และเนื่องจากคลับนี้ก็ยังไม่มีผู้ดูแลใหม่ เขาเลยแนะนำผมว่าถ้ามีอะไรให้ลองสอบถามโฮสต์คนอื่นๆไปก่อน

“เอาเป็นว่า ก็ทำเท่าที่ตัวเองทำได้น่ะครับอาชีพนี้... อย่าฝืนความรู้สึกของตัวเองจนเกินไป เพราะว่ามันจะส่งผลต่อความรู้สึกของลูกค้าด้วย…”

...เท่าที่ทำได้งั้นเหรอ?...

ผมแอบยิ้มในใจทันที แต่ยังดีใจได้ไม่ถึงไหน ประโยคต่อไปก็ดับฝันผมอีก

“แต่ละคนค่อนข้างเปราะบางน่ะครับ เขาถึงอยากมาพูดคุยเเละใช้เวลาร่วมกันกับเรา"

        ...ไอ้การไม่ฝืนตัวเองนี่ได้อยู่ แต่มันไม่ค่อยเอื้อกับการดูแลส่วนเปราะบางของแต่ละคนเท่าไหร่นักหรอกนะ...

เริ่มหนักใจอยู่เหมือนกันแฮะ เพราะผมก็พวกไม่ค่อยมีเซ้นส์ในการเข้าใจความรู้สึกคนอื่นซะด้วย... แววว่าจะเป็นโฮสต์ที่ไปเที่ยวทำให้ใครเสียใจจะมีความเป็นไปได้สูงอย่างมีนัยยะเชียวล่ะ

ระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าของลุงหมีก็ดังขึ้น... เจ้าตัวกดรับแล้วก็หันมาขอตัวอย่างสุภาพ เพราะลูกค้าที่นัดไว้มารออยู่ด้านนอกแล้ว

ผมหรี่ตามองร่างสูงที่เดินออกจากห้องไป พยายามนึกตาม ว่าเคยเห็นหน้าโคอิสุมิซังที่ไหนมาก่อน

...อ๋า!... ในที่สุดก็นึกออก...

ที่แท้ก็จากบอร์ดทำเนียบโฮสต์ที่โถงกลางด้านนอกนี่เอง แต่ดูเหมือนเจ้าตัวคงตัดผมมาใหม่หน้าตาเลยเปลี่ยนไปจากรูปเล็กน้อย

...นี่ผม... เพิ่งพบกับโฮสต์ Top Class ระดับ 1 ดาวของทางคลับไปสินะ...

ผมเผลอถอนหายใจออกมานิดนึงอย่างโล่งอก ที่รู้สึกแย่ๆขาดความมั่นใจไป ก็เพราะดันเอาตัวเองไปเทียบรุ่นกับโฮสต์เทพเข้าให้สินะ

แต่พูดกันตรงๆ... ดูเหมือนเส้นทางวิวัฒนาการของผมท่าจะอีกยาวไกล เพราะช่องว่างระหว่างโฮสต์ที่ดี กับเด็กปากเสียไร้เซ้นส์อย่างผมนี่มันกว้างชะมัด

มัวแต่คิดเพลินๆ พอรู้ตัวอีกทีห้องฮิกันบานะก็ไม่มีใครอื่นอีก ความกว้างใหญ่เกินไป ในสถานที่ที่ยังไม่คุ้นเคย ทำเอาผมรู้สึกโหวงเหวง จนต้องลุกไปเดินดูอีกห้องแทน... ห้องชิระกิคุ...ห้องที่ผมสมัคร...

..........................................

ผมเดินกลับมาตามทางเดินยาวเพื่อไปที่ห้องที่อยู่อีกฟากหนึ่ง เดินไปพลางก็กดดูมือถือไปพลาง เพื่อจำหน้าโฮสต์ในคลับไปด้วยคร่าวๆ จะได้ไม่เผลอไปทักใครแปลกๆเข้าให้อีก

...หือ? ไอ้ข้อมูลปริมาณเลือดนี่มันอะไรกัน... โฮสต์ที่เป็นชิกิ...??

ผมผ่อนฝีเท้าลง เพราะตากำลังค่อยๆไล่กดอ่านข้อมูลใหม่อย่างสนใจ

...เอ๋!?...

มีอีเว้นท์โปรโมทคลับแบบนี้ด้วยแฮะ แนวคิดทางการตลาดแปลกดีนะ เป็นแวมไพน์ดูดเลือดจากลูกค้างั้นเหรอ? ไอ้ตอนที่สมัครก็ไม่ได้อ่านลงรายละเอียดเท่าไหร่

ระหว่างที่ไล่ดูไปเรื่อยสายตาก็ไล่ไปหยุดอยู่ที่รูปชายหนุ่มหน้าตาดูโหดนิดๆ จากหนวดเคราตามกรอบหน้า แถมมีนัยย์ตา 2 ข้างเป็นคนละสีอีกด้วย

...ฮายาชิซังงั้นเหรอ... ผมอ่านชื่อใต้ภาพโฮสต์แนวยากุซ่าตบสลบ น่าแปลกใจตรงที่หมอนี่ได้เลือดลูกค้ามาตั้งสามพันหนึ่งร้อยซีซี

...จะเกินความจำเป็นเยอะไปไหน หมอนี่... ตะกละชะมัด...

ผมมองหน้าคนในรูปอยู่พักนึง ชักจะอยากรู้แล้วสิ ว่ารายนี้จะเป็นโฮสต์แบบไหนกันนะ...

ผมปิดหน้าจอ แล้วหย่อนมือถือเก็บเข้ากระเป๋า จากนั้นก็เปิดประตูเดินเข้าไปในห้องชิระกิคุ

..........................................

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ผมชะงักนิดนึงที่เห็นมีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว ไม่สิไม่ใช่แค่เพราะมีคนนั่งอยู่ก่อนเท่านั้นหรอกนะ แต่ที่ผมชะงักเพราะคนที่นั่งอยู่น่ะ...

“ไงเจ้าหนู มาใหม่เหรอ?” เสียงทักดังขึ้นจากคนที่หน้าตาเหมือนในรูปที่เพิ่งดูมาเปี๊ยบ

...ฮายาชิซัง... สินะ...

ผมยิ้มในใจกับโชคที่เข้าข้างตัวเองนิดๆ ตาก็พยายามจับสังเกต ว่าอะไรกันนะที่ทำให้หมอนี่เป็นโฮสต์อันดับ 1 ได้

ตัวจริงก็ไม่ได้ต่างจากในรูปเท่าไหร่ จะต่างก็ตรงสายตาตอนนี้ดูจะแปลกใจ กับรูปลักษณ์ หรือพูดตรงๆก็สีผมของผมเองนั่นแหละ ซึ่งก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายอะไร และเป็นสิ่งที่ผมชินอยู่แล้ว

“อ้า! ครับ” ผมตอบ

ว่าแต่... ‘เจ้าหนู’ งั้นเหรอ? ระบบบางอย่างในตัวผม มันเริ่มทำงาน เหมือนมีใครไปกดสวิตช์เปลี่ยนเป็นโหมดพร้อมรบเข้าให้ ขณะเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย

"คุณตาก็เป็นโฮสต์เหมือนกันเหรอครับ"

ผมตีหน้าซื่อย้อนถาม แอบยิ้มในใจ ในขณะที่อีกฝ่ายหน้าตึงขึ้นมาทันที จากที่ดูอารมณ์ไม่ดีอยู่ก่อนแล้วนิดๆ

“คุณตาที่ไหนกันล่ะ ไปตัดแว่นใหม่เลยไป” พูดจบเขาก็กระดกเหล้าในมือซดหมดแก้ว อย่างอารมณ์เสีย

อ้า... แว่น... อันที่จริงผมไม่ได้มีปัญหาสายตาอะไรหรอกนะ แต่ที่ใส่มาแต่ไหนแต่ไร ก็เพราะมันช่วยให้ใครต่อใครต่อยจมูกผมได้ไม่ถนัดนัก แถมพอโตขึ้นมา กระจกใสในกรอบก็ช่วยให้ผมมองสบตาใครตรงๆได้มากขึ้นก็เท่านั้น พอใส่มานานๆเข้าก็กลายเป็นความเคยชินไป

อันที่จริงเร็วๆนี้ก็กำลังคิดอยู่เหมือนกัน ว่าจะเลิกใส่ดีไหม พอโดนทักก็เห็นว่าไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไร ผมเลยอมยิ้มน้อยๆ ถอดแว่นออกมาโชว์อีกฝ่ายว่าเป็นแค่กรอบกับกระจกใสธรรมดาเท่านั้น

“อาริสุเอะ เซนะ ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก คุณ...?”

ผมยื่นมือให้จับ พร้อมทิ้งจังหวะเป็นเชิงถาม ทั้งที่รู้ชื่ออีกฝ่ายอยู่แล้วแท้ๆ ก็... ไม่ค่อยอยากให้ตาลุงนี่ได้ใจว่าชื่อเสียงเขาใหญ่มาจนถึงหูผมนี่นะ

“ฮายาชิ...” อีกฝ่ายเลือกตอบสั้นๆห้วนๆ และจับมือทักทายแบบไม่ติดใจอะไร

...สุขุม และเป็นผู้ใหญ่กว่าที่คิดไว้ตอนแรกนิดหน่อยแฮะ...

“เป็นโฮสของที่นี่ แต่พรุ่งนี้ก็จะไม่ใช่แล้วล่ะ”

ผมเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย …ลาออก?...  ผมเอียงคอรอฟังแต่อีกฝ่ายกลับจบประโยคดื้อๆเพียงแค่นั้น ผมจึงเดินไปหย่อนตัวนั่งที่โซฟาด้านตรงข้าม ฮายาชิซังดูงงๆกับปฏิกิริยาตอบรับของผมนิดหน่อย

“ดื่มอะไรหน่อยไหม?” เจ้าถิ่นเสนอ

“On the rock ครับ ขอบคุณ” ผมตอบ

ทางนั้นเลยลุกขึ้นไปชงให้ผมที่บาร์ด้านหลัง

“ผมก็เป็นโฮสต์แค่กลางคืน พรุ่งนี้เช้าก็ไม่ใช่เหมือนกันครับ”

“งั้นกลางวันเป็นอะไรล่ะ เด็กนักเรียน?” ผมโดนตอกเข้าให้ดอกหนึ่ง

...คำก็เจ้าหนู สองคำก็เด็ก...

โดนยั่วให้ฉุนนิดๆ แต่ก็นะ... เกมประคารมกันแบบนี้ ใครฉุนขาดก่อนก็เป็นฝ่ายแพ้เท่านั้น

“ผมถือเป็นคำชมได้ไหมครับเนี่ย?” ผมย้อน พยายามรักษายิ้มละไมบนใบหน้าตน แต่อีกฝ่ายชนะขาดด้วยการหัวเราะเบา

“แต่คงไม่ใช่หรอก สีผมแสบตาแบบนี้ รับรองโดนครูตีตายแน่” พูดไป ทางนั้นก็เดินมาส่งแก้ว On the Rock ให้ “เชิญ”

ดูท่าว่ากับรายนี้ ผมคงเถียงด้วยไม่ชนะแน่ๆ ก็เลยถอดใจง่ายๆ ตามคอนเซปส่วนตัว ‘รู้ว่ารบไม่ชนะ อย่าเปลืองแรงตั้งป้อม’ เอาเป็นว่า... ผมเห็นแก่ On the Rock ที่เขาชงมาให้ก็แล้วกัน...

“กำลังสงสัยเลยครับว่าหน้าตาผมดูเด็กอย่างนั้นเชียว เอ... อันที่จริงถ้าไม่นับหนวดกับรอยย่นตรงหัวคิ้ว ฮายาชิซังก็ดูอายุไม่ต่างกับผมซักเท่าไหร่นะครับเนี่ย” ผมรับแก้วมาจิบ พลางชวนคุยไปด้วย

“เอ๋ งั้นเหรอ” อีกฝ่ายแตะ ๆ ตรงหว่างคิ้วตัวเองหลังจากนั่งลงที่เดิม... “ไม่รู้สินะ นายอายุเท่าไรล่ะ?”

ดูเอาเถิด... บทจะเชื่อ ก็เชื่อกันง่ายๆราวกับเด็กๆ ท่าทางอีกคนทำเอาผมแทบจะหลุดขำ

“27 ครับ”

ทางนั้นถอนหายใจ “เด็กกว่าฉันตั้งเยอะ ฉันน่ะสามสิบกว่าแล้ว” พูดพลางก็ยกแก้วตัวเองขึ้นจิบ “เพิ่งเริ่มงานวันแรกเหรอ?”

“แค่มารายงานตัวน่ะครับ คงยังไม่ได้รับรองลูกค้าหรอกมั้งนะ”

“งั้นสินะ...” ทางนั้นกอดอก ทำท่าใช้ความคิด “...ต้องเป็นคนที่ชอบสีเขียวแหง ๆ เลย ลูกค้าของนายน่ะ”

ผมหัวเราะเบาๆ ยิ้มขำ แต่ใจนึกอยากจะยกมือลูบอกที่โดนซัดเข้าไปอีกดอกจนได้ ตั้งแต่ทำผมสีนี้มา ดูจะทำให้เสียงล้อซาไปมากอยู่ คงเพราะมันให้ลุ้คของเด็กซ่า เถื่อนๆ เหลือขอไม่น่าตอแยด้วยเท่าไหร่ล่ะมั้ง เพิ่งจะมาโดนสอยเข้าให้ กับประโยคบ้านๆตะกี๊

“งั้นผมคงต้องภาวนาให้คนญี่ปุ่นชอบสีเขียวกันเยอะๆสินะครับ น่าจะหาไม่ยาก พอๆกับคนที่ชอบหนวดนะครับ ว่าไหม?”

ตาลุงหนวดขำออกมา “แต่ดูจากสถิติ ดูเหมือนหนวดจะเป็นที่นิยมอยู่ไม่น้อยนะ ส่วนสีเขียวนี่คงต้องรอดูกันไป” เขาขยิบตาให้นิด ดูเหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นหน่อยนึงแล้วจากการได้สอยผมแทบร่วงไปเมื่อครู่

ผมยิ้มรับคำท้ากลายๆของอีกคน เริ่มจะเข้าใจนิดๆ ว่าที่โคอิสุมิซังพูดถึงความเป็นตัวเองคืออะไร มันไม่ใช่ว่าเราจะต้องยอมลูกค้าไปซะทุกเรื่อง เพราะคลับโฮสต์ มันก็ไม่ใช่ตลาดค้าทาส แนวทางการเป็นโฮสต์ที่เหมาะกับตัวเราต่างหากที่จะทำให้เราสนุกอยู่กับงานนี้ และกับผู้คนรอบๆได้

...แนวทางของผม ในการอยู่ร่วมกับผู้คน...

ผมเริ่มเห็นแสงรำไรจากที่ไกลๆเหมือนเห็นจุดแสงเล็กๆที่ปลายอุโมงค์ ชักตื่นเต้นนิดๆกับความฝันที่เริ่มเห็นความหวังว่าจะมีวันมาถึง

มองไปที่คู่สนทนา นึกเสียดายที่คนๆนี้จะไม่ได้เป็นโฮสต์ให้ได้ศึกษาเทคนิควิธีซะแล้ว

“ไม่สนุกหรอกครับ ในเมื่อคนจะรอดูพรุ่งนี้ก็ไม่ใช่โฮสต์แล้วนี่ครับ ว่ามะ?”

ผมเดาเอาว่า ฮายาชิซังคงจับความรู้สึกเศร้าใจนิดๆของผมได้ล่ะมั้ง เขาถึงเลิกคิ้วสูง มองไปทางอื่นครู่หนึ่ง

“ก็จริงของนาย...แต่ยังไงก็ยังมาเป็นลูกค้าได้นะ ไม่คิดจะเอาใจกันไว้หน่อยหรือไง?” เขาพูดพร้อมส่งยิ้มกวน แกล้งหยอกผม

จากนั้นผมก็ได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์มาอีกกระบุงใหญ่ในแนวจิกกัดกันไป แนะนำกันไปอย่างเมามันส์ จนผมแทบไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว คุยกันอยู่พักใหญ่อีกฝ่ายก็ยกแก้วขึ้นดื่มจนหมด

“ได้เวลาแล้ว ฉันไปก่อนนะเซนะ” เขายิ้มให้ “มีอะไรจะถามอีกหรือเปล่า?”

ผมยิ้มให้ พร้อมผายมือให้อีกฝ่าย ก่อนโค้งศีรษะให้นิดนึงอย่างนึกขอบคุณกับการสนทนาที่อีกฝ่ายสละเวลาให้ รู้สึกใจหายนิดหน่อยแฮะที่จะไม่ได้เจอคนๆนี้อีกแล้ว คงเพราะเริ่มรู้สึกถูกคอนิดๆล่ะมั้ง

“จริงๆแล้ว ผมรู้สึกขอบคุณมากนะครับสำหรับคำแนะนำ ผมจะจำไว้และระวังตัว ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“อืม...ไม่เป็นไรหรอกแค่นี้เอง” ฮายาชิซังยิ้มอ่อนโยนกว่าที่่ผ่านมา มองมาที่ผม ด้วยสายตาที่เหมือนมองเด็กๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ถ้ามีโอกาสคงได้เจอกัน” แล้วโฮสต์ระดับเทพอีกคนที่ผมได้พบตั้งแต่วันแรกก็พยักหน้าให้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

การได้พบและพูดคุยกับ 2 โฮสต์ผู้ยิ่งใหญ่ในวันนั้น ทำให้ผมได้เห็น 2 สไตล์ที่แตกต่างกันเหมือนน้ำและไฟ ไม่ว่าคนไหนต่างก็ทำให้ผมตาสว่างมากขึ้น

ตั้งแต่วันนั้นมา มันทำให้ผมเริ่มคิด... ผมจะเป็นโฮสต์แบบไหน? ผมจะสามารถออกแบบได้ เหมือนๆกับการออกแบบคาร์แรคเตอร์ในงานอนิเมชั่นของผมไหม? นี่คงเป็นการบ้านที่ผมต้องไปค้นคว้าหามาตอบตัวเองให้ได้ซะแล้ว

...ถ้าไม่คิดจะพัฒนา ก็แทบไม่มีอะไรให้ทำ แต่ถ้าไม่อยากจะเป็นโฮสต์ที่แค่ขึ้นชื่อว่า ‘หัวเขียว’ ล่ะก็นะ จากนี้ผมคงมีอะไรให้ทำเยอะเชียวล่ะ...

== TBC. ==

Comment

Comment:

Tweet